วัดพระธาตุดอยพระฌาน แหล่งบุญกลางทะเลหมอก

“วัดพระธาตุดอยพระฌาน” สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในม่านหมอก

ห้วงเวลาที่ลมหนาวมาเยือนเช่นนี้ มีแต่โปรแกรมท่องเที่ยวแล่นเข้ามาในหัวมากมาย ไม่ว่าจะที่ใดๆก็ล้วนน่าไปเที่ยวไปชมทั้งนั้น ซึ่งวันนี้มีอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าไปเที่ยวชมไม่น้อย มาแนะนำให้แวะมาสัมผัสกัน กับ "วัดพระธาตุดอยพระฌาน"

วัดพระธาตุดอยพระฌาน เป็นวัดที่มีพระธาตุเก่าแก่มีมาแต่โบราณ แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ตั้งอยู่บริเวณแนวภูเขาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ 5 ตำบลป่าตัน อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ซึ่งมีเขตติดต่อระหว่าง อำเภอแม่ทะ อำเภอเกาะคา และอำเภอสบปราบ บริเวณโดยรอบมีทัศนียภาพที่สวยงามและมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของอำเภอแม่ทะที่หาดูได้ยาก เป็นสถานที่ที่มีความสงบและร่มเย็น โดยในแต่ละปีจะจัดให้มีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุ ซึ่งตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 7 (ประมาณเดือน มิถุนายนของทุกปี)
สำหรับในช่วงฤดูหนาวเช่นนี้หากแวะเวียนมายังวัดในยามเช้า ท่านจะพบกับทะเลหมอกอันสวยงาม และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่สวยอีกจุดหนึ่ง

โดยการเดินทางมายังวัดพระธาตุดอยพระฌาน ต.ป่าตัน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง จากอำเภอเมืองลำปาง ใช้เส้นทางลำปาง – แม่ทะ ตรงทางแยกบ้านฟ่อน เข้าสู่อำเภอแม่ทะ เข้าหมู่บ้านป่าตัน เลี้ยวมุ่งหน้าสู่ตำบลป่าตัน อำเภอแม่ทะ เจอทางแยกวัดป่าตันหลวงให้ตรงไป มีป้ายบอกไปวัดพระธาตุดอยพระฌาน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ งดงามห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ และม่านหมอก

สามารถสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวและการเดินทางจังหวัดลำปางได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลำปาง (ดูแลพื้นที่จังหวัดลำพูนและลำปาง) โทรศัพท์ 054-222214-16

อ้างอิงข้อมูลจาก. http://www.chiangmainews.co.th/page/archives/544009

 

แสดงความคิดเห็น

พิพิธภัณฑ์ เซรามิคธนบดี ลำปาง

พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี โรงงานธนบดี เป็นผู้ผลิตถ้วยชามตราไก่ในระดับตำนาน สินค้าขึ้นชื่อของ จ.ลำปาง ส่งออกไปยังทั่วประเทศ ปัจจุบันได้เปิดเป็น พิพิธภัณฑ์ เซรามิคธนบดี แสดงประวัติศาสตร์การก่อตั้งและดำเนินงาน สาธิตขั้นตอนการผลิต กว่าจะมาเป็นชามตราไก่ และแนะนำสินค้าใหม่ๆ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งใน จ.ลำปาง

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุก ได้ลองระบายสีลงชาม แก้วน้ำ ด้วยตัวเอง

รีวิวพิพิธภัณฑ์ เซรามิคธนบดี

เราไปถึงเวลา 14.40 น. การเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์จะจัดเป็นรอบ ตามเวลาต่อไปนี้ 9.00, 10.00, 11.00, 13.00, 14.00, 15.00, 16.00 น. ระหว่างรอรอบสามารถถ่ายรูปที่ด้านหน้าได้ มีชามตราไก่ขนาดใหญ่ กำแพงกระเบื้องให้ถ่ายรูป หรือจะนั่งเพนท์ลวดลายลงชาม แก้วน้ำก็ได้ ใช้เวลา 15-30 นาที

ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์คนละ 50 บาท เป็นราคาที่คุ้มมาก มีผู้บรรยายและสาธิตการทำชามตราไก่ให้ดู ได้ความรู้หลายอย่าง

มุมถ่ายรูป ชามตราไก่ขนาดใหญ่ พร้อมเส้นและลูกชิ้น

ผนังกระเบื้องเซรามิค

 

รูปปั้น อาปาอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน

โรงงานขนาดย่อมในพิพิธภัณฑ์ ให้ความรู้สึกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ยังมีชีวิตอยู่

เมื่อถึงเวลา ก็จะมีผู้บรรยายมาแนะนำตัว พร้อมกับพาเราชมในพิพิธภัณฑ์ บรรยายความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์

ในรูปบนเป็นประวัติของท่านอาปาอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน ผู้บุกเบิกทำชามตราไก่ในประเทศไทย บุกเบิกเครื่องปั้นดินเผาในลำปาง ตามประวัติ อาปาอี้ เป็นชาวจีน มณฑลกวางตุ้ง เมืองนี้มีชื่อเสียงด้านการทำถ้วยชาม อาปาอี้ได้หนีความลำบากจากประเทศจีน มายังเวียดนาม และไทย ได้แต่งงานกับชาวสันกำแพง เชียงใหม่

สมุดบัญชี ของใช้ของ อาปาอี้

การเข้าชม                                                                                                                                       
เวลาทำการ : 9.00 – 16.00 น. เปิดทำการทุกวันรอบนำชม 9.00, 10.00, 11.00, 13.00, 14.00, 15.00, 16.00 น.
ช่วงเวลาเที่ยว : ตลอดทั้งปี
ค่าเข้าชม 
 ผู้ใหญ่ 50 บาท, นักเรียน นักศึกษา 25 บาท, เด็กต่ำกว่า 13 ปี ชมฟรี, ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ชมฟรี, ผู้พิการ ชมฟรี, นักบวชทุกศาสนา ชมฟรี, ชาวต่างชาติ 100 บาท
ที่ตั้ง – พิพิธภัณฑ์ เซรามิคธนบดี
ที่อยู่ :
32  ถ.วัดจองคำ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง 52000
เบอร์โทรศัพท์ : 054-351099 – 103
เวบไซต์ : https://www.facebook.com/DhanabadeeCeramicMuseum/
การเดินทาง                                                                                                                                     
รถยนต์ : จาก ถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์ที่จะมุ่งหน้าไปเชียงราย ให้เลี้ยวขวาตรงสี่แยกสนามบินเข้า ถ.พระบาท เลี้ยวซ้ายเข้า ซ.พระบาท 1 แล้วเลี้ยวขวาเข้า ถ.วัดจองคำ เข้าซอยธนบดี ซึ่งอยู่ติดกับวัดจองคำ
รถโดยสาร :

ที่มา: http://www.emagtravel.com

แสดงความคิดเห็น

เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง

        สถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับกิจกรรมทางน้ำอย่างเช่นการล่องเรือ หรือแพ เพื่อชื่นชมทัศนียภาพสวยงามของทะเลสาบเหนือเขื่อน ทั้งนี้การล่องแพนั้นใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันโดยมีสถานที่น่าสนใจเช่น แหลมชาวเขื่อน ผาเกี๋ยงผางาม ทะเลสาบสบพุ หมู่บ้านชาวประมงบ้านสา ฯลฯ ที่นี่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ยังมีสนามกอล์ฟ 18 หลุมไว้สำหรับผู้ที่สนใจอีกด้วย  โดยสามารถติดต่อล่วงหน้าได้ที่ โทร. 0 5425 5195 www.rid.go.th
 
การพักแรม
        นักท่องเที่ยวทั่วไปหากต้องการพักค้างคืน สามารถทำได้สองลักษณะคือ
1. ล่องแพไปพักที่แพชาวเขื่อน-กิ่วลมรีสอร์ท ซึ่งมีที่พักเป็นบังกะโลตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบ โทร. 0 5422 3772, 0 5433 4393 (หลัง 18.00 น.)
2. ล่องแพและค้างคืนบนแพวังแก้ว ซึ่งเป็นแพติดเครื่องยนต์ หรือค้างคืนที่เกาะวังแก้วรีสอร์ท ติดต่อได้ที่โทร. 0 5422 3733, 0 5432 5645, 08 9854 1293
 
สำหรับหน่วยงานราชการสามารถทำหนังสือขออนุญาตเข้าพักบ้านพักรับรองของกรมชลประทาน ซึ่งต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน โทร. 0 5422 3772
เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง ทุกวัน    08.00 - 15.00 น.
 
ที่มา: https://thai.tourismthailand.org

แสดงความคิดเห็น

ฟาร์มแกะ ฮักยู ลำปาง

            Hug You สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในจังหวัดลำปาง ตกแต่งอย่างสวยงาม มีวิวสวยๆ ให้เลือกถ่ายรูปกันได้หลากหลายมุม ภายในมีร้านขายเครื่องดื่มที่มีให้เลือกสั่งมากมายที่เน้นใช้ผลิตภัณฑ์จากนมแกะมาเป็นส่วนประกอบ มีของที่ระลึกอีกหลากหลายให้คุณได้เลือกซื้อกัน แล้วยังมีฟาร์มแกะที่สามารถให้อาหารแกะกันได้ด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 0839455349 สถานที่มีความโดดเด่นและแปลกใหม่ คล้ายสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ มีแกะวิ่งเล่นบนเนินเขา นักท่องเที่ยวนำหญ้า ให้แกะกิน ภายในมีป้าย "ลำปางหนาวมาก" ตัวใหญ่ ตั้งเด่นสง่าอยู่บนเนินเขา นอกจากนี้ยังมีกังหันขนาดใหญ่ คล้ายเมืองนอก ตั้งอยู่ สร้างความตื่นตาแก่นักเที่ยวอย่างมาก นายพัฒนา บุญเป็ง เจ้าของและผู้จัดการ "ลำปางหนาวมาก" กล่าวว่า ได้แนวคิดในการการสร้างแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวของจ.ลำปาง โดยใช้โลโก้ชื่อ "ลำปางหนาวมาก"โดยนำแกะ จำนวน 54 ตัว เข้ามาเลี้ยงและให้นักท่องเที่ยวได้นำหญ้าให้แกะกิน สถานที่แห่งนี้ได้เริ่มเปิดวันที่ 12 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวลำปางและนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด ได้จอดรถแวะพักผ่อน แวะถ่ายรูปให้อาหารแกะ ซึ่งบรรยากาศแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้ ถึงแม้จะเปิดได้ไม่นานถือว่าคึกคักเป็นอย่างมาก ฟาร์มแกะ ฮักยู หรือ "ลำปางหนาวมาก" ตั้งอยู่บริเวณถนนพหลโยธิน ขาล่อง ถนนสายลำปาง-ตาก กม. 682 เขตบ้านวังพร้าว ต.วังพร้าว อ.เกาะคา จ.ลำปาง ที่มา ข้อมูลและภาพ:http://sadoodta.com/info/ฟาร์มแกะ ฮักยู

แสดงความคิดเห็น

วัดพม่าในลำปาง วัดศรีชุม

        ศรีชุม ในภาษาเมืองเหนือ หมายถึงต้นโพธิ์ วัดศรีชุมเป็นวัดที่มีศิลปะ สถาปัตยกรรมแบบพม่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีก่อน โดยคหบดีชาวพม่า แต่เนื่องจากเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้จึงได้มีการบูรณะรักษาส่วนที่ยังคงอยู่ และก่อสร้างต่อเติมภายหลังจนมีลักษณะดังเช่นปัจจุบัน

สิ่งที่น่าสนใจในวัดศรีชุมที่ดูจะสะดุดตามากที่สุดคือ 
        วิหาร เป็นอาคารสองชั้นครึ่งตึก ครึ่งไม้ ตัวหลังคาเป็นเครื่องตกแต่งคล้ายปราสาทด้วยศิลปะ และสถาปัตยกรรมตามแบบพม่า ระแนงไม้ฉลุเป็นลวดลายมีความอ่อนช้อยดูงดงาม ภายในผนังของวิหารจารึกรูปภาพสลักสีทอง   เรื่องราวพุทธประวัติ อีกด้านของพระวิหารเป็นภาพสมัยอดีต และแผนที่จำลองของวัด พื้นวิหารมีการเล่นระดับบริเวณที่สูงที่สุดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารถนับถือ และยังมีห้อง(คล้ายพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก)เก็บบันทึกประวัติศาสตร์อยู่ทางด้านในของวิหารด้วย

        โบสถ์  เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน อายุยาวนานกว่าร้อยปีเช่นกัน แต่ขนาดโบสถ์ไม่ใหญ่มากนัก ตัวโบสถ์หลังคาทำเป็นหลังคาซ้อนกันหลายชั้นตกแต่งด้วยลวดลายตามศิลปะแบบพม่า ด้านหน้าโบสถ์มีบันไดนาคนำเข้าสู่ตัวโบสถ์ ประตูไม้เป็นศิลปะที่น่าสนใจประดับทองและกระจกอย่างสวยงาม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ

         สิ่งสุดท้ายที่ดูน่าสนใจคือ องค์พระเจดีย์สีทองอร่ามด้านหลังโบสถ์ มีพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากพม่าเมื่อร้อยกว่าปีก่อนบรรจุอยู่ภายในองค์พระเจดีย์ที่ถูกประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม

        การเดินทาง (ขอบคุณข้อมูลการเดินทางจาก ททท.)
วัดศรีชุมตั้งอยู่ที่ถนนศรีชุม-แม่วะ ตำบลศรีชุม จากถนนพหลโยธินเมื่อถึงโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัยแล้ว เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกเข้าถนนศรีชุมไปประมาณ 100 เมตร จะพบทางเข้าวัดอยู่ทางด้านขวามือ

ที่มา : http://www.thongteaw.com/
ที่มารูปภาพ : http://www.xn--72cf2b2bcb7a9ayfd9ie7bxdk.com/topic/514

แสดงความคิดเห็น

หล่มภูเขียว จ.ลำปาง

       ในพื้นที่อำเภองาว จังหวัดลำปาง มีความงดงามอันลึกลับของธรรมชาติแอบซ่อนอยู่ นั่นคือ “หล่มภูเขียว” แอ่งน้ำขนาดใหญ่บนภูเขา ผืนน้ำมีสีเขียวมรกตงดงามสงบนิ่ง แต่ไม่อาจหยั่งถึงความลึกว่ามากมายเพียงใด 
       “หล่มภูเขียว” เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านอ้อน อำเภองาว จังหวัดลำปาง มีลักษณะเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เนื้อที่ราว 1-2 ไร่ มีความลึกมากจนมองเห็นเป็นสีเขียวมรกตสวยงาม ความลึกนั้นไม่สามารถระบุได้ สันนิษฐานว่าแอ่งแห่งนี้เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกในสมัยดึกดำบรรพ์ หรืออาจเกิดจากการยุบตัวของหินปูนซึ่งเคยเป็นเพดานถ้ำมาก่อน แล้วจมลงใต้น้ำ เรียกว่าหลุมยุบ (Sink Hole) ต่อมาจึงกลายเป็นแหล่งรับน้ำ และมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก 
         ธรรมชาติโดยรอบหล่มภูเขียวเป็นป่าดิบแล้ง มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านได้เดินป่าเข้ามาพบแหล่งน้ำสีเขียวมรกตอยู่ภายใต้หุบเขาดังกล่าว จึงเรียกชื่อว่า "หล่มภูเขียว" ส่วนหุบเขาอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามกันแต่ไม่มีน้ำ เรียกว่า "หล่มแล้ง" ชาวบ้านเชื่อว่าหล่มภูเขียวเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีพญางูใหญ่อาศัยอยู่ จึงได้ทำพิธีบูชาน้ำเป็นประจำทุกปี  
       มีเรื่องเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ว่า สมัยก่อนชาวบ้านจะนำขันข้าวพร้อมดอกไม้ธูปเทียนมาบูชา โดยนำไปวางบนขอนไม้และลอยไปกลางลำน้ำเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบึงน้ำ และได้เกิดปรากฏการณ์ขอนไม้จมลงไปใต้น้ำแล้วลอยขึ้นมา โดยที่เทียนยังไม่ดับ จึงเกิดความเชื่อว่าแหล่งน้ำนี้เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ชาวบ้านจึงนำน้ำจากหล่มภูเขียวมาใช้ดื่มกินและอธิษฐานขอให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ และนำไปใช้ในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านตามความเชื่อสืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน
       บริเวณโดยรอบหล่มภูเขียวล้อมรอบไปด้วยผาหินปูนสูงชัน มีความร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่โดยรอบ บรรยากาศของป่าเขาอันเงียบสงบผสมกับความเรียบนิ่งของผิวน้ำสีเขียวมรกตที่ลึกจนไม่สามารถหยั่งถึงนี้ ทำให้เกิดความงดงามอันลึกลับ สะกดสายตาของผู้ที่ได้มาเยือน
       สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาชมความงามอันลึกลับของหล่มภูเขียว มีข้อแนะนำและข้อห้ามก็คือควรให้ความเคารพสถานที่ ไม่ทิ้งขยะ ไม่จับปลา ไม่นำปลามาปล่อย และไม่ให้อาหารปลา เนื่องจากจะทำให้น้ำเน่าเสีย ไม่นำเท้าลงไปแช่ในน้ำ ไม่ลงเล่นน้ำ และไม่ทำลายป่า 
       นอกจากนั้น ในบริเวณใกล้เคียงก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทอีกมากมาย เช่น “ถ้ำผาไท” ถ้ำหินปูนที่มีหินงอกและหินย้อยที่สวยงามอยู่ตลอดเส้นทางเดิน ภายในถ้ำมีรอยจารึกพระปรมาภิโธยย่อ “ป.ป.ร.” ซึ่งรัชกาลที่ 7 ทรงจารึกไว้เมื่อครั้งเสด็จประพาสถ้ำผาไทในปี 2469 “น้ำตกแม่แก้”น้ำตกขนาดเล็ก เกิดจากลำห้วยแม่แก้ สูงประมาณ 10 เมตร มีชั้นเล็กๆ น้อยๆ ลดหลั่นกันอีก 14 ชั้น สามารถลงเล่นน้ำได้ “อ่างเก็บน้ำเขื่อนกิ่วลม” สถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีชื่อเสียงของจังหวัดลำปาง สามารถล่องแพหรือเรือชมทิวทัศน์ของทะเลสาบและเกาะกลางน้ำได้อีกด้วย

ที่มา : http://www.manager.co.th/travel/viewnews.aspx?NewsID=9580000021782

แสดงความคิดเห็น

กาดกองต้า ลำปาง

  กาดกองต้า เป็นภาษาเหนือหมายถึง ตลาดตรอกท่าน้ำ ซึ่งสถานที่แห่งนี้คือศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำที่เคยรุ่งเรืองมากในสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะเป็นเมืองท่าติดกับแม่น้ำวัง ซึ่งเป็นหัวเมืองหลักของล้านนา เรียกว่าสินค้าใด ๆ ที่โดยสารมาทางน้ำ แล้วต้องการส่งต่อไปยังภาคเหนือตอนบนจะต้องมาผ่านท่าน้ำแห่งนี้ก่อน จากนั้นจึงค่อยลำเลียงไปกระจายต่อด้วยการขนส่งทางบก ผู้คนที่ทำมาค้าขายอยู่ในตลาดนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ตลาดแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกติดปากชาวเหนือว่า ตลาดจีน หรือ ตลาดเก่า

สถาปัตยกรรมในกาดกองต้า คืออาคารโบราณอายุนับร้อยปีที่ยังคงตั้งอยู่สองข้างทางเดินในกาดกองต้า เพื่อให้ผู้คนที่แวะผ่านมา ได้กวาดสายตามองเห็นคุณค่าของสถาปัตยกรรมโบราณที่ถูกอนุรักษ์ไว้จากรุ่นสู่รุ่น แสดงให้เห็นถึงอารยธรรมความเจริญรุ่งเรืองทางการค้าในสมัยโบราณ ในแบบที่หาดูได้ยากขึ้นทุกที

เมื่อเวลาผ่านไป ตลาดจีนเก่า ถูกชุบชีวิตให้กลายเป็นถนนคนเดิน แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตแห่งใหม่ของเมืองลำปาง เรียกได้ว่าใครแวะไปแอ่วลำปางแต่ไม่แวะเยือนกาดกองต้าก็เหมือนไปไม่ถึง เพราะที่นั่นเขามีร้านรวงและสินค้ามากมายให้จับจ่ายใช้สอย พ่อค้าแม่ค้าทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ต่างก็สรรหาของตื่นตาตื่นใจมาให้เลือกซื้อ

โดยเฉพาะร้านอาหารอร่อย ๆ ที่ไล่เรียงไปตั้งแต่อาหารเหนืออย่าง ขนมจีนน้ำงี้ยว เมี่ยงคำ ไข่ป่าม ทองม้วนสด หรือจะเป็นอาหารญี่ปุ่นอย่างซูชิ กาดกองต้าแห่งนี้เขาก็มีขาย ตบท้ายด้วยขนมไทยอร่อย ๆ อย่างถั่วแปบหรือน้ำผลไม้หลากชนิด ก็อิ่มหนำสำราญพอให้เดินจนทั่วได้อย่างสบายท้อง

นอกจากนี้ ยังมีอาหารและขนมอีกนานาชนิด รวมทั้งสินค้าทำมือ เสื้อผ้า ตุ๊กตา รองเท้า กระเป๋า กรอบรูป ของที่ระลึก ฯลฯ เรียกได้ว่ากาดกองต้ามีครบทุกสิ่ง เพียงแค่แวะไปแอ่วก็ม่วนขนาด แอบกระซิบนิดหนึ่งว่าเขาเปิดค้าขายกันเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ในเวลาแดดร่มลมตกประมาณ 18.00 – 22.00 น. เท่านั้น ใครแวะไปวันธรรมดาแล้วบรรยากาศไม่ครึกครื้นก็อย่าเพิ่งตกใจไป ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ถ่ายรูปสถาปัตยกรรมโบราณสวย ๆ อารมณ์วินเทจ นำไปทำโปสการ์ดแจ่ม ๆ แจกเพื่อนให้อิจฉาเล่นได้เลยล่ะ

สำหรับการเดินทาง...เริ่มต้นจากตัวเมืองลำปางไปยังถนนรัษฎา จากนั้นข้ามสะพานรัษฎาภิเศกเข้าสู่กาดกองต้า สะพานแห่งนี้เป็นสะพานเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยเป็นจุดเริ่มต้นของถนนคนเดินกาดกองต้า ตั้งหลักที่จุดนี้แล้วค่อย ๆ เดินปล่อยใจไปกับบรรยากาศครึกครื้นรอบตัว หรือจะแวะพักจิบกาแฟริมทางให้ชื่นใจก็ผ่อนคลายดีไม่น้อย

ที่มา : https://travel.kapook.com/view43006.html

แสดงความคิดเห็น

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ลำปาง

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ก่อตั้งเมื่อปี พศ. 2536 มีช้างในความดูแลมากกว่า 50 เชือก ตั้งอยู่ระหว่าง กม. 28-29 ถนน ลำปาง-เชียงใหม่ อำเภอ ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม ยังเป็นผู้บุกเบิกงานด้านการอนุรักษ์ช้างและการทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์ และนับเป็นความภาคภูมิใจของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นสถานที่ดูแลช้างต้นหรือช้างสำคัญของพระมหากษัตริย์ถึง 6 ช้างในพื้นที่ของโรงช้างต้น

เนื่องจากศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเป็นปางช้างแห่งเดียวในประเทศไทยที่เป็นของรัฐบาล การเดินทางมาเยี่ยมช้างจึงเป็นสิ่งที่ง่าย และ มีค่าใช้จ่ายไม่มาก โดยมีค่าบัตรผ่านประตูเพียง 100 บาทสำหรับผู้ใหญ่คนไทย และ 50 บาทสำหรับเด็ก เป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับครอบครัวหรือนักเรียน

ซึ่งมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายโดยแบ่งออกเป็น แบบที่หนึ่ง เที่ยวในหนึ่งวัน ได้แก่ การแสดงช้างช้างอาบน้ำ การแสดงช้าง เยี่ยมชมลูกช้าง และบริการนั่งช้างชมธรรมชาติ แบบที่สองเที่ยวแบบค้างคืน ได้แก่ โปรแกรมฝึกเป็นควาญช้างสมัครเล่นและโปรแกรมเดินป่า

ด้านการอนุรักษ์ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยได้ก่อตั้งโรงพยาบาลช้างและโครงการสัตวแพทย์สัญจรซึ่งถือว่า เป็นแห่งแรกของประเทศไทยโดยทำการรักษาช้างเอกชนทุกเชือกโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

นอกจากนั้นศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยยังได้ทำการวิจัยเรื่องของการขยายพันธุ์ช้างและการผสมเทียมช้าง รวมถึงการศึกษาวิจัยการทำงานของระบบกล้ามเนื้อของช้าง

บุกเบิกงานด้านศิลปะ
ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยถือว่าเป็นผู้บุกเบิกงานทางด้านศิลปะของช้าง ซึ่งเป็นสถานที่แห่งแรกในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จในการฝึกช้างให้วาดภาพเป็นแห่งแรก และยังเป็นสถานที่ก่อตั้งวงดนตรีช้างแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยภายใต้การดำเนินงานโดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลไทย และยังเป็นศูนย์รวมความรู้เรื่องช้างและผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับช้างโดยได้ร่วมมือกับองค์กรอื่นๆของรัฐและเอกชน ในการช่วยเหลือช้างของประเทศมากกว่า 2,700 เชือก

ที่มา : http://www.thailandelephant.org/th/
ข้อมูลภาพ : https://thai.tourismthailand.org/

แสดงความคิดเห็น

เที่ยวอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ลำปาง

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม อำเภอวังเหนือ และอำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีสัตว์ป่านานาชนิด และมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตก แอ่งน้ำอุ่น บ่อน้ำร้อน ซึ่งสามารถเป็นหลักฐานหนึ่งที่แสดงว่าใต้พื้นโลกเรายังมีความร้อนระอุอยู่

ที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

แสดงความคิดเห็น

วัดพระธาตุลำปางหลวง

     วัดพระธาตุลำปางหลวง (คำเมือง: LN-Wat Phra That Lampang Luang.png) ตั้งอยู่ในเขตตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 18 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่บนเนินสูง มีการจัดวางผังและส่วนประกอบของวัดสมบูรณ์แบบที่สุด มีสิ่งก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ บริเวณพุทธาวาสประกอบด้วย องค์พระธาตุลำปางหลวง เป็นประธาน มีบันไดนาคนำขึ้นไปสู่ซุ้มประตูโขง ถัดซุ้มประตูโขงขึ้นไปเป็น วิหารหลวง บริเวณทิศเหนือขององค์พระธาตุมีวิหารบริวารตั้งอยู่คือ วิหารน้ำแต้ม และ วิหารต้นแก้ว ด้านตะวันตกขององค์พระธาตุประกอบด้วย วิหารละโว้ และ หอพระพุทธบาท ด้านใต้มี วิหารพระพุทธ และอุโบสถ ทั้งหมดนี้จะแวดล้อมด้วยแนวกำแพงแก้วทั้งสี่ด้าน นอกกำแพงแก้วด้านใต้มีประตูที่จะนำไปสู่เขตสังฆาวาส ซึ่งประกอบด้วยอาคาร หอพระไตรปิฎก กุฏิประดิษฐาน พระแก้วดอนเต้า อาคารพิพิธภัณฑ์และกุฏิสงฆ์

 

ประวัติ

ตามตำนานกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระเถระสามองค์ได้เสด็จจาริกไปตามบ้านเมืองต่าง ๆ จนถึงบ้านลัมภะการีวัน (บ้านลำปางหลวง) พระพุทธเจ้าได้ประทับเหนือดอยม่อนน้อย มีชาวลัวะคนหนึ่งชื่อ ลัวะอ้ายกอน เกิดความเลื่อมใส ได้นำน้ำผึ้งบรรจุกระบอกไม้ป้างมะพร้าว และมะตูมมาถวายพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ได้ฉันน้ำผึ้งแล้วทิ้งกระบอกไม้ป้างไปทางทิศเหนือ แล้วทรงพยากรณ์ว่า สถานที่แห่งนี้ต่อไปจะมีชื่อว่า ลัมพกัปปะนคร แล้วได้ทรงลูบพระเศียรได้พระเกศามาหนึ่งเส้น มอบให้แก่ลัวะอ้ายกอนผู้นั้น ลัวะอ้ายกอนได้นำพระเกศานั้น บรรจุในผอบทองคำ และใส่ลงในอุโมงค์พร้อมกับถวาย แก้ว แหวน เงิน ทอง เป็นเครื่องบูชา แล้วแต่งยนต์ผัด (ยนต์หมุน) รักษาไว้ และถมดินให้เรียบเสมอกัน แล้วก่อเป็นพระเจดีย์สูงเจ็ดศอกเหนืออุโมงค์นั้น ในสมัยต่อมาก็ได้มีกษัตริย์เจ้าผู้ครองนครลำปางอีกหลายพระองค์ มาก่อสร้างและบูรณะซ่อมแซม จนกระทั่งเป็นวัดที่มีความงามอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ในทางประวัติศาสตร์นครลำปาง วัดพระธาตุลำปางหลวงมีประวัติว่า เมื่อปี พ.ศ. 2275 นครลำปางว่างจากผู้ครองนคร และเกิดความวุ่นวายขึ้น สมัยนั้นพม่าเรืองอำนาจได้แผ่อิทธิพลปกครองอาณาจักรล้านนาไว้ได้ทั้งหมด พม่าได้ยึดครองนครเชียงใหม่ลำพูน โดยแต่งตั้งเจ้าผู้ครองนครอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์พม่า ท้าวมหายศ เจ้าผู้ครองนครลำพูนได้ยกกำลังมายึดนครลำปาง โดยได้มาตั้งค่ายอยู่ภายในวัดพระธาตุลำปางหลวง ครั้งนั้น หนานทิพย์ช้าง ชาวบ้านปงยางคก (ปัจจุบันอยู่อำเภอห้างฉัตร) วีรบุรุษของชาวลำปาง ได้รวบรวมพลทำการต่อสู้ทัพเจ้ามหายศ โดยลอบเข้ามาในวัด และใช้ปืนยิงท้าวมหายศตาย แล้วตีทัพลำพูนแตกพ่ายไป ปัจจุบันยังปรากฏรอยลูกปืนอยู่บนรั้วทองเหลืองที่ล้อมองค์พระธาตุเจดีย์ ต่อมาหนานทิพย์ช้างได้รับสถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้าทิพย์จักรสุละวะฤๅไชยสงคราม เจ้าผู้ครองนครลำปาง และเป็นต้นตระกูล ณ ลำปาง เชื้อเจ็ดตน ณ เชียงใหม่ ณ ลำพูน

 

ที่มา:https://th.wikipedia.org/wiki/วัดพระธาตุลำปางหลวง

แสดงความคิดเห็น

Loading...